ณเดชน์ยอมรับ

ณเดชน์ยอมรับ ไม่เคยอึดอัดเวลาอยู่ในที่สาธารณะ รู้ตัวดียิ่งมีชื่อเสียง ก็ต้องยิ่งมีมารยาท

ณเดชน์ยอมรับ ไม่เคยอึดอัดเวลาอยู่ในที่สาธารณะ รู้ตัวดียิ่งมีชื่อเสียง ก็ต้องยิ่งมีมารยาท

เพิ่งจะมีเวลาว่างหลังจากที่ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจให้กับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในชีวิต งานนี้ พระเอกซุปตาร์ ณเดชน์ คูกิมิยะ จึงถือโอกาสดีชวน “ที่รัก” หรือนางเอกคู่จิ้น ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ไปเดินสายทำบุญด้วยกันทั้งสองครอบครัว

โดยล่าสุดทางด้านของหนุ่มณเดชน์ก็ออกเผยกับสื่อมวลชน ในงาน โตโยสึ เจแปน เฟสติวัล2019 ว่าเหตุผลที่เดินทางไปทำบุญครั้งนี้เป็นเพราะตั้งใจจะนำสิ่งดีๆ ที่ได้ไปมอบให้กับแฟนๆ ที่มาร่วมชมคอนเสิร์ตแทนคำขอบคุณ ส่วนเรื่องที่หลายคนเป็นห่วงเกี่ยวกับวางตัวเวลาอยู่ในที่สาธารณะนั้น พระเอกหนุ่มเผยว่าจริงๆ แล้ว ตนไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไร เพราะรู้ตัวดีว่าหากยิ่งมีชื่อเสียง ก็ต้องยิ่งทำตัวให้มีมารยาทและรู้จักกาลเทศะให้มากที่สุด

ทริปทำบุญที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง ?
“ผมเคยบอกกับคุณแม่ไว้ครับว่าหลังจากจบคอนเสิร์ตอยากจะเดินทางไปทำบุญให้กับตัวเอง ให้กับคนรอบข้าง รวมถึงแฟนคลับที่มาร่วมชมคอนเสิร์ต หากเป็นไปได้ผมก็อยากจะทำสิ่งดีๆ มอบกับเขา ซึ่งวันนั้นจริงๆ ในช่วงเช้าผมได้พาคุณพ่อไปทำบุญที่วัดใกล้ๆ บ้านก่อนครับ แต่ว่าพอถึงช่วงบ่ายก็ได้มีโอกาสไปทำบุญที่วัดพระแก้วกับน้อง โดยตอนแรกที่เราไปถึงวัดเราไม่ได้มีความตั้งใจเลยว่าจะต้องไปนั่งสวดมนต์ แต่บังเอิญว่าวันนั้นทางวัดเขามีพิธีสวดมนต์ประจำเดือนพอดี เราก็เลยได้โอกาสร่วมบุญครับ”

สาเหตุที่เราเดินทางไปทำบุญไม่ได้เกี่ยวกับว่าเราเจอเรื่องไม่สบายใจ หรือเจอข่าวที่ทำให้ไม่สบายใจใช่ไหม ?
“ไม่มีครับ คือ…จริงๆ เราก็ไม่ได้ไปมานานแล้วด้วยครับ รวมถึงตัวน้องเขาเองก็มีความตั้งใจอยู่แล้วว่าอยากจะไปวัดพระแก้ว เราก็เลยตกลงไปที่นั่นกัน”

เป็นทริปทำบุญแก้บนหลังจบคอนเสิร์ตหรือเปล่า ?
“ไม่ใช่ครับ ไม่ได้บนอะไรเลย และก็ไม่ได้ไปแก้บนด้วยครับ เป็นแค่ทริปส่วนตัวที่เราอยากจะไปทำบุญ ไปเดินเล่นในวัด ไปชมความสวยงามต่างๆ”

สบายใจไหมหลังจบคอนเสิร์ตใหญ่ก็ได้ไปทำบุญเลย ?
“ดีใจที่ได้สวดมนต์ครับ วันนั้นมีแต่เรื่องดีๆ ครับ”

ณเดชน์ยอมรับ ไม่เคยอึดอัดเวลาอยู่ในที่สาธารณะ รู้ตัวดียิ่งมีชื่อเสียง ก็ต้องยิ่งมีมารยาท

ประชาชนแตกตื่นเลยไหมวันนั้นที่เราไป ?
“ไม่นะครับ พี่ๆ ที่นั่นเขาก็น่ารักกันอยู่แล้ว ทั้งพี่ๆ ข้าราชการ ทั้งเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ อีกอย่างแถวนั้นก็มีนักท่องเที่ยวไปกันเยอะ ไม่ได้มีการกรี๊ดกร๊าดอะไร”

ถือว่าใช้ชีวิตลำบากไหมกับการที่เราเป็นซุปตาร์ และต้องไปอยู่ในที่ๆ มีคนเยอะ ?
“ไม่ลำบากนะครับ เพราะผมก็เคยอยู่ต่างจังหวัด เคยอยู่ในที่ๆ มันไม่ได้สวยหรูมาก่อน ฉะนั้นถ้าหากการที่เราเป็นดาราและต้องไปอยู่ในที่สาธารณะ ที่ๆ มีคนมีคนเข้ามากรี๊ดกร๊าดเรา ผมมองว่าหากมีอะไรที่บอกเขาได้เราก็จะบอก อะไรที่ปฏิเสธได้ผมก็จะทำ หรืออะไรที่ผมยินดีผมก็ยินดีทำให้ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ณ เวลานั้นด้วย”

แสดงว่าเราไม่ได้รู้สึกว่าเราวางตัวลำบาก ?
“ไม่เลยครับ คือยิ่งเราอยู่ข้างบน เราก็ต้องยิ่งทำตัวของเราให้ลงไปอยู่ข้างล่างมากที่สุด ผมไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องทำตัวหยิ่งเพราะเป็นดารานักแสดง แค่เราต้องเป็นคนที่มีมารยาท มีสัมมาคารวะ และวางตัวให้ถูกกาลเทศะก็พอ”

ที่ผ่านมาเราเคยรู้สึกอึดอัดใจบ้างไหมกับการใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ?
“ผมจะรู้สึกอึดอัดเวลาที่มีคนมายื่นข้อเสนอให้มากกว่า ยกตัวอย่างเช่น ให้ผมทานอาหารฟรีโดยที่ไม่ต้องจ่ายเงิน คือ…ส่วนใหญ่ผมจะรู้สึกลำบากใจกับเรื่องดีๆ มากกว่าครับ”

แสดงว่าคนส่วนใหญ่ที่เข้ามาหาเราเขาก็ค่อนข้างเข้าใจความเป็นส่วนตัว ?
“แต่บางครั้งผมก็บอกนะครับถ้าหากเวลานั้นผมทำธุระส่วนตัวอยู่จริงๆ ซึ่งผมก็หวังว่าเขาจะเข้าใจ แต่ที่ผ่านมามันก็มีทั้งคนที่เข้าใจแล้วไม่เข้าใจนะครับ ซึ่งคนที่ไม่เข้าใจแบบชัดเจนมากๆ ก็มี”

เรารับมือยังไงเวลาเจอกับคนที่ไม่เข้าใจเรื่องเวลาส่วนตัวของเรา ?
“ก็อย่าไปอะไรกับเขาต่อเลยครับ ปล่อยให้เขาเป็นอย่างนั้นไป ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”

ขอบคุณแหล่งที่มา  www.sanook.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *